หน้าหลัก   »  รอบรู้เรื่องรถ  »  “กระจกชอบน้ำ”เทคโนโลยีใหม่ที่ควรรู้จัก

“กระจกชอบน้ำ”เทคโนโลยีใหม่ที่ควรรู้จัก

โพสเมื่อ : 11/02/2010 | 17:19 น. จำนวนผุ้เข้าชม : 1,587 views
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2551 09:24 น.
       ใน ช่วงฤดูฝนอุบัติเหตุทางถนนมักเกิดได้ง่ายกว่าในช่วงปกติ เพราะนอกจากพื้นถนนที่ลื่นทำให้ยากแก่การควบคุมแล้ว เม็ดฝนที่เกาะเป็นหยดน้ำบนผิวกระจกยังบดบังทัศนะวิสัยในการมองเห็นของผู้ขับ ขี่ ยิ่งเฉพาะกระจกข้างรถยนต์แล้วยังมีปัญหาในการลดการเกาะของหยดน้ำมากทีเดียว
      �
       แต่ล่าสุดทีมวิจัยกลุ่มฟิลม์บางแสง(optical thin film) หน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช. ได้พัฒนา“กระจกชอบน้ำ” หรือ hydrophilic mirror สำหรับใช้ผลิตกระจกข้างรถยนต์ มีคุณสมบัติกระจายตัวของหยดน้ำ ลดฝ้ามัว เพิ่มความชัดเจนและคมชัดในการมองรถด้านหลังในระหว่างการขับรถกรณีที่ฝนตกได้ ดีขึ้น

       นายมติ ห่อประทุม และทีมวิจัยกลุ่มฟิลม์บางแสง (optical thin film) หน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า กระจกทั่วไปเมื่อโดนน้ำฝนจะมีลักษณะเป็นหยดน้ำเม็ดใหญ่ๆทำให้มองเห็นได้ยาก แต่กระจกที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้นได้มีการใช้เทคโนโลยีการเคลือบแบบสปัตเตอริ่ง (Sputtering) เพื่อเคลือบฟิล์มบางไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO2) เป็นชั้นหนา 200 นาโนเมตร และ ซิลิกอนไดออกไซด์ (SiO2) หนา 20 นาโนเมตรไว้บริเวณที่ผิวหน้ากระจก
      �
       ซึ่งเมื่อกระจกดังกล่าวได้รับแสงแดด แสงจะกระตุ้นให้อนุภาคที่เคลือบไว้เกิดปฏิกิริยาแตกตัวเป็นประจุได้ เมื่อฝนตกมีน้ำมาเกาะ ประจุดังกล่าวจะทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของน้ำ(H2O) และเหนี่ยวนำให้เกิดกลุ่มไฮดรอกซิล ไอออน (Hydroxyl ions, OH-) ซึ่งมีคุณสมบัติ“ชอบน้ำ” ทำให้น้ำที่เกาะแผ่แบนบนผิวกระจก ช่วยให้แห้งเร็ว ไม่รวมตัวเป็นหยดน้ำเม็ดใหญ่ๆ หรือหากโดนไอน้ำก็จะไม่ทำให้แผ่นกระจกเกิดการฝ้ามัว

       นอกจากนี้สารไทเทเนียม ไดออกไซด์ยังมีคุณสมบัติพิเศษช่วยทำความสะอาดสารอินทรีย์ที่มาเกาะที่พื้น ผิวได้ กระจกจึงสามารถทำความสะอาดตัวเอง ที่สำคัญแม้สารเคลือบกระจกจะทำงานเมื่อได้รับแสงแดด แต่ก็ไม่ต้องกังวลในการขับรถตอนกลางคืน เพราะแม้กระจกจะได้รับแสงแดดช่วงกลางวันเพียงครั้งเดียว ก็สามารถรักษาสภาพชอบน้ำได้มากกว่า 1 สัปดาห์
      �
       นายมติ กล่าวว่า กระจกชอบน้ำที่พัฒนาขึ้นจะมีการนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตกระจกข้างรถยนต์ สำหรับมองหลัง เพราะกระจกหน้ารถยนต์เหมาะสำหรับสภาพหยดน้ำที่เป็นก้อนกลมๆอยู่แล้ว เนื่องจากเวลาขับรถเมื่อหยดน้ำโดนลมจะวิ่งขึ้นไปด้านบน ขณะที่กระจกมองข้างไม่โดนลมจึงทำให้หยดน้ำเกาะอยู่มาก ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานทำงานวิจัยร่วมกับในภาคอุตสาหกรรมบ้างแล้ว
      �
       สำหรับ งานวิจัยในขั้นต่อคือการศึกษาความคงทนของการเคลือบสารเพื่อให้มีการใช้งาน ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น และคาดว่าในอนาคตจะมีการนำไปทดลองใช้กับกระจกอาคาร เพราะว่าฟิลม์สามารถทำความสะอาดด้วยอนุภาคของตัวเอง และจะช่วยให้ทัศนะวิสัยในการมองทิวทัศน์ด้านนอกได้ดีขึ้น เป็นต้น นับเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าของงานวิจัยไทยที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ ขับขี่บนท้องถนนมากยิ่งขึ้น

ลูกค้าสมาชิก T-MEx ที่ถือบัตร Esso Smiles รับสิทธิพิเศษมากมาย!
เเคมเปญดี๊ดีมีปีละครั้ง! สำหรับข้าราชการเเละพนักงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้น!!
ความสุขชุดใหม่โปรใหญ่ไฟกระพริบ
โปรโมชั่นผ่อนยางรถยนต์ Bridgestone Ecopia