หน้าหลัก   »  รอบรู้เรื่องรถ  »  สาระน่ารู้ในการใช้รถ ( 2 )

สาระน่ารู้ในการใช้รถ ( 2 )

โพสเมื่อ : 12/06/2010 | 8:23 น. จำนวนผุ้เข้าชม : 2,486 views

51. เกียร์สูงสุด   เป็นเกียร์ที่ใช้กับอัตราเร็วสูงแต่ให้กำลังน้อยที่สุดเราจะใช้เกียร์สูงสุดกับอัตราเร็วของรถยนต์ที่แตกต่างกันได้มา คุณสามารถใช้แล่นด้วยความเร็วคงที่บนถนนทางตรง

 52.อย่าให้ไฟดวงหนึ่งดวงใดขาด การใช้สัญญาณไฟจะทำให้รถคันอื่นที่ตามหลัง หรือสวนทางเข้าใจในเจตนาของเรา  แต่หากไฟสัญญาณดวงหนึ่งดวงใดขาดไป จะทำให้เป็นอันตรายแก่การใช้รถใช้ถนนควรตรวจสอบและหาฟิวส์ หรือไฟอะไหล่ไว้ในรถบ้าง

      53.ไฟเตือนภัยมีความสำคัญอย่าขับรถยนต์ออกไปเด็ดขาดกรณีที่มีการเตือนของไฟบนแผงหน้าปัดขึ้น เช่น ไฟเตือนความดันน้ำมันหล่อลื่นเพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

      54. กระพริบไฟหน้าแทนแตร การใช้ไฟสูง-ต่ำของไฟหน้า ทำให้เกิดการกระพริบสามารถเตือนผู้ขับขี่รายอื่นด้วย ที่คาดว่าจะไม่ได้ยินเสียงแตรจากรถของเรา

      55.อย่าปล่อยเกียร์ว่างให้รถเคลื่อนลงทางลาดเอง  ไม่ถูกต้องการปล่อยให้รถไหลไปเองโดยไม่ใช้การขับเคลื่อนจะทำให้ควบคุมรถยนต์ยาก โดยเฉพาะพวงมาลัยและเบรคเกียร์จะเข้ายากขึ้นอีกด้วย

56. ลดเกียร์ไม่จำเป็นต้องไล่ตามลำดับการลดลงเกียร์ต่ำไม่จำเป็นต้องไล่ตามลำดับ  เช่น จากเกียร์ห้ามาเกียร์สาม จากเกียร์สามมาเกียร์หนึ่ง เช่นนี้ จะทำให้เรามีเวลามองถนน และจับพวงมาลัยได้นานขึ้น

 57.  ใกล้ทางแยกอย่าเปลี่ยนเลนกะทันหันต้องตัดสินใจให้ดีว่าคุณกำลังจะไปทางไหน+ ซ้าย-ขวา หรือตรง อย่าตัดเลนซ้ายมาขวา หรือขวามาซ้าย บริเวณใกล้ทางแยกจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือไม่ก็ถูกตำรวจจับแน่นอน

      58.จะไม่มีการชนท้ายรถคนอื่นเด็ดขาดไม่ขับชิดคันหน้าเกินไปหรือกะระยะการทำงานของเบรคได้ถูกต้อง

      59.. สิ่งกีดขวางกลางถนน บังเอิญสิ่งกีดขวางอยู่ในช่องจราจรของเรา  ตามหลักเราต้องให้รถยนต์วิ่งสวนทางมาผ่านไปก่อน กรณีสิ่งกีดขวางอยู่ฝังตรงข้ามอย่าผลีผลามเหยียบคันเร่งเลยไป เพราะรถคันสวนทางเราอาจไมยอมหยุดรถและหลบสิ่งกีดขวางออกมาในเลนของเราหน้าตาเฉย

      60. สิ่งกีดขวางอยู่บนเนินนับว่าเป็นเรื่องท้าทายให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ การใช้เบรคจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาจัดการแก้ปัญหานี้

      61. อย่าเพิ่งดับไฟขณะรุ่งสางการรีบดับไฟเมื่อขับรถตอนรุ่งสาไม่เป็นผลดีต้องให้แน่ใจว่า

      คุณสามารถมองเห็นถนนและผู้ขับขี่คันอื่นอย่างชัดเจนเสียก่อนจึงค่อยดับไฟ กรณีรถมีสีคล้ำ ดำ หรือน้ำเงิน

      ซึ่งไม่ค่อยสะท้อนแสงต้องเปิดไฟแต่เนิ่น ๆเมื่อเริ่มจะมือและปิดไฟช้ากว่าคันอื่นเมื่อเวลารุ่งสาง

      62.แซงรถที่กำลังวิ่ง   ต้องเข้าใจว่ารถคันหน้าที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว หนึ่งหากเราคิดจะแซง แน่นอนว่าความเร็วของรถเรา ต้องมากกว่า เมื่อหักลบกับความเร็วคันหน้าก็จะได้ระยะทางที่ต้องใช้ในการแซงนั่นก็คือ แซงรถกำลังวิ่งครั้งหนึ่งต้องใช้เวลามากกว่าปกติ ทางที่ดีไม่แน่ใจอย่าแซงจะดีกว่า

      63. แซงระทางชันหากเป็นรถที่บรรทุกของหนักและวิ่งช้ากว่าเราการแซงจะใช้เวลาสั้นลงอย่างมากแต่พึงระวังรถสวนเลนตรงข้าม ซึ่งจะวิ่งลงทางลาดด้วยความเร็วสูง

      64.อย่าเร่งรถหากกำลังถูกแซง  จะเป็นการผิดมารยาทอย่างยิ่ง หากรถของคุณที่กำลังถูกแซงเร่งเครื่องหนีด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น เมื่อเห็นว่ารถคันขวาของคุณกำลังจะถูกแซง ต้องชะลอความเร็วรถของคุณเพื่อให้รถของเขาแซงขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว

      65.ขับรถขึ้นเขา กรณีขับรถขึ้นเขาหรือเนินแน่นอนว่ารถของคุณต้องใช้กำลังเพิ่มมากขึ้น การขับต้องเปลี่ยนมาใช้เกียร์ต่ำกว่าเดิมเพื่อรักษาความเร็วของรถ การเปลี่ยนเกียร์ต้องเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพราะขณะที่เรายกเท้าออกจากคันเร่งแล้วเหยียบคลัตช์เปลี่ยนเกียร์

      66. ขับรถลงทางลาดขึ้นเนินใช้เกียร์ต่ำเพื่อรักษาความเร็วของรถ ลงทางลาดก็ต้องใช้เกียร์ต่ำ เพื่อลดอัตราเร็ว

      ของรถแทนการใช้เบรค เพราะหากใช้เบรคในทางลาดมากไป จะทำให้เบรกลื่นและจับไม่อยู่ เนื่องจากมีความร้อนสูง

      67.  ออกตัวของรถขึ้นทางชัน ผู้ขับขี่มือใหม่มักมีปัญหาการออกตัวขึ้นเนินแล้วรถเคลื่อนที่ถอยหลัง ต้องฝึกให้มีความสามารถในการใช้คันเร่งคลัตช์และเบรคมือพร้อมกัน โดยใช้เท้าซ้ายกดแป้นคลัตช์ลง โยกคันเกียร์จากเกียร์ว่างไปยังเกียร์หนึ่ง ใช้เท้าขวากดแป้นคันเร่ง โดยกดให้มากกว่าการออกตัวบนพื้นระดับ และต้องกดอย่างสม่ำเสมอตามปริมาณของความชัน

      68. จดรถหันหน้าขึ้นเนินหลีกเลี่ยงได้ควรหลีก แต่ถ้าจำเป็นต้องจอดให้ชิดขอบขวาทางด้านซ้ายมากที่สุด หมุนพวงมาลัยให้ล้อหันไปทางขวาป้องกันการเคลื่อนที่ถอยหลังเป็นเกียร์หนึ่งและใช้เบรคมือให้มั่นคง

      69.จอดรถหันหน้าลงเนินหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายให้ล้อหันเข้าหาขอบทางเท้า ป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนที่เดินหน้าใส่เกียร์ถอยหลังและเบรคมือไว้

      70. ทางโค้งนะ  ให้สังเกตป้ายจราจรว่า โค้งไปทางขวาหรือทางซ้าย   การเข้าโค้งให้ใช้เบรคเท้าควบคุมความเร็วของรถ  เลือกเกียร์ให้เหมาะสมใช้คันเร่งอย่างระมัดระวัง และบังคับรถให้ชิดเส้นแบ่งถนนทางขวาไว้จนตลอดทางโค้ง

      71. ระวังหลุดโค้ง   ปรกติทางโค้งจะมีทั้งป้ายจราจรเตือนล่วงหน้า และมีเสาหลักปักตามระยะโค้งแต่หากผู้ขับขี่ไม่ควบคุมความเร็วเข้าโค้งด้วยความเร็ว โค้งธรรมดาก็จะกลายเป็นโค้งหักศอกให้ได้รับอันตรายให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ

      72. ความดันลมของยางสัมพันธ์กับพวงมาลัย  ยางรถยนต์จะต้องมีความดันลมในปริมาณพอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไปถ้ามากไปทำให้ยากสึกหรอ ไม่ยึดถนนและลื่นไถลทางโค้งแต่หากความดันลมยางน้อยไปจะทำให้ยางร้อนจัดยางไม่เกาะถนนและสึกหรอง่าย สังเกตว่าความดันลมยางน้อยไปเมื่อพวงมาลัยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น

      73. เบรคบนทางโค้งอันตราย!   ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรคบนถนนทางโค้งเพราะจะทำให้รถยนต์เสียการทรงตัว

      และมีแนวโน้มลื่นไถลหลุดโค้งออกไป

      74. รถใหญ่บังรถเล็กรถใหญ่ที่วิ่งตามทางแยกอาจบังรถเล็กอีกคันที่กำลังแซงขึ้นมา หากเราตัดสินใจเลี้ยวออกจากทางแยกแบบปัจจุบันทันด่วน โดยไม่ระวังให้ดีอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

      75. ถอยหลังทางไหนหมุนพวงมาลัยทางนั้น   การถอยหลังรถแรก ๆ อาจจะดูไม่ถนัด ต้องอาศัยประสบการณ์ โดยมีเคล็ดลับอยู่ว่าจะให้ส่วนท้ายของรถหันไปทางไหนก็หมุนพวงมาลัยไปทางนั้น ส่วนผู้ขับก็เอี้ยวตัวไปดูข้างหลังโดยมือถือพวงมาลัยมือหนึ่ง อีกมือพาดบนพนักพิงผู้โดยสาร

      76. ข้อห้ามของการถอยหลังอย่าใช้วิธีกลับรถโดยการถอยหลังจากถนนซอยสู่ถนนใหญ่ เมื่อไม่แน่ใจว่าปลอดภัย

      อย่าถอยหลังและอย่าถอยหลังเป็นระยะทางไกล ๆ โดยไม่จำเป็น

      77. ไฟเขียวให้รีบไปแน่หรือ  การขับรถบริเวณทางแยกที่มีไฟจราจรกำกับและเป็นไฟเขียวอยู่ ไม่ตะบี้ตะบันเหยียบคันเร่งให้ทันสัญญาณไฟ ควรสังเกตดูว่าไฟเขียวนั้นนานแค่ไหน แล้วสังเกตดูว่ารถจากถนนฝั่งหนึ่ง

      มีแถวยาวเท่าใน และควรขับรถเว้นระยะกับรถคันหลังดูว่าหากเบรคกะทันหัน กรณีไม่ทันไฟเขียว แล้วคุณจะไม่ถูกชนท้าย

      78. รีบร้อนไปไหนยังไฟแดงอยู่เลย      ผู้ขับขี่หลายรายต้องเสียอกเสียใจทุกวันนี้ เพราะประสบอุบัติเหตุ  เนื่องจากชอบออกรถในขณะที่สัญญาณไฟยังเป็นไฟแดงหรือเหลืองอยู่ โดยคาดเดาล่วงหน้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจร ในขณะที่รถอีกฝั่งยังไฟแดงอาศัยลูกติดพันจากไฟเขียว ผลก็คือ ประสานงากันจังเบ้อเริ่ม เดือดร้อนกันทั่วหน้า

      79.ถูกจี้ท้ายและเตือนด้วยไฟสูงต่ำหลายคนคงเคยเจอนักเลงกลางถนน โดยขับขี่อยู่ ดี ๆ ก็มีรถคันอื่นมาจี้ท้าย

      แถมใช้ไฟสูงต่ำยิงใส่ท้ายรถอย่าตกใจและห้ามตอบโต้เด็ดขาด เพียงแต่ค่อย ๆ เปลี่ยนช่องจราจรไปทางซ้ายเพื่อให้เกิดช่องว่างให้รถคันหลังผ่านไปได้

      80.ไม่แตะเบรกขณะรถลื่นไถล   กรณีรถขาดการทรงตัว เมื่อเจอสภาพถนนมีน้ำมันเกลื่อนกลาดอย่าตกใจยกเท้าออกจากคันเร่งและหมุนพวงมาลัยไปในทิศทางเดียวกับทิศทางการลื่นไถลโดยห้าม แตะเบรคโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

      81. ปล่อยให้เขาแทรกบ้างเพื่อน้ำใจ การขับรถบนท้องถนน โดยเฉพาะบริเวณที่มีรถติดการขอเข้าแทรกของรถคันอื่นข้างหน้า เราจะเจอบ่อยครั้งหากเราอารมณ์เย็นสักหน่อยพยายามมองโลกในแง่ดีปล่อยให้เขาแทรกเข้าไปบ้าง ก็จะทำให้การใช้ถนนของคุณวันนั้นราบรื่น ไม่ต้องคอยฟังเสียงอาฆาตมาดร้ายจากรถคันอื่นให้เสียอารมณ์เปล่า ๆ

      82. มีปัญหากับจราจร    การใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงไม่ให้มีปัญหา กับตำรวจจราจรนั้นยากมาก เมื่อถูกเรียกให้รถคุณหยุดข้างทาง และกำลังจะแจ้งข้อกล่าวหา คุณไม่ควรแสดงอาการต่อต้านโต้เถียงรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ควรพูดคำสุภาพควบคุมมารยาทเอาไว้เหตุร้ายอาจกลายเป็นดีได้

      83. วิ่งไปอุ่นไป…เงินเหลือเก็บน้ำมันเหลือใช้ หลังจากสตาร์ทรถแล้ว ควรออกรถด้วยการขับความเร็วต่ำไปสักรอบ 1 -2 กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นการอุ่นเครื่องไปในตัวไม่สิ้นเปลืองน้ำมันและยังประหยัดเงินในกระเป๋าด้วย

      84. บรื้น-เอี๊ยด…ทั้งซด ทั้งแพง ใช่ว่าจะเท่ห์เพราะทุกครั้งที่ท่านขับรถแบบกระชาก หรือเบรกแรงนั้นสิ้นเปลืองทันตาเห็น ทั้งเครื่องยนต์จะพังแถมยังอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าเดิมถึง 30%

      85.ขับฉลาด…ประหยัดแบบนิ่มๆ ขับโดยรักษาระดับความเร็วให้สม่ำเสมอ หรือขับรถโดยใช้รอบเครื่องยนต์ในระดับที่ให้แรงบิดสูงสุด จะเป็นระดับที่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงสุด พร้อมทั้งยังปลอดภัยทั้งคนขับและคนนั่ง

      86. รางวัลแด่คนชอบ…เบิ้ล ยิ่งเบิ้ล-ยิ่งซด ท่านควรจะ ลด-ละ-เลิก พฤติกรรมแบบนี้เสียเถอะไม่ว่าจะเบิ้ลทุกครั้งระหว่างเปลี่ยนเกียร์หรือระหว่างเกียร์ว่าง เพราะมันจะซดน้ำมันมหาศาลเชียว แถมเครื่องยนต์ก็จะพังก่อนวัยอันควรอีกด้วย

      87. ยิ่งเลี้ยง…ยิ่งซด ทุกครั้งที่เลี้ยงคลัตช์ เครื่องยนต์จะยิ่งซดน้ำมัน แถมสึกหรอเร็วขึ้น ดังนั้นทุกครั้งที่ชะลอรถควรใช้วิธีชะลอความเร็วก่อนจึงค่อยเหยียบคลัตช์เมื่อรถใกล้หยุด จะช่วยยืดอายุคลัตช์ให้ยาวนานขึ้น

      88. .เร็วเกียร์สูง…ช้าเกียร์ต่ำ ไม่ควรลากเกียร์ต่ำนานๆ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์และเกียร์ทำงานหนักกินน้ำมันมาก ควรเข้าเกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็ว คือ เกียร์ 1 และ 2 เหมาะกับความเร็วต่ำ ส่วนเกียร์ 3 , 4 และเกียร์ 5 เหมาะกับความเร็วสูง แล้วอย่าลืมออกรถทุกครั้งควรใช้เกียร์ 1

      89. บรรทุกเกินตัว…ทั้งซด ทั้งพัง  การจัดวางสัมภาระให้สมดุลลงด้านกึ่งกลางของตัวรถไม่ควรทิ้งน้ำหนักลงด้านหลังมากเกินไปจนหน้าเชิดเพราะจะทำให้การควบคุมรถเป็นไปได้ลำบาก   ทางที่ดีไม่ควรทารุณรถโดยการบรรทุกเกินพิกัด เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่าง ต้องรับภาระหนักขึ้นตามน้ำหนักที่บรรทุกเพิ่มขึ้นมา ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันและสึกหรอสูงอีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อการควบคุมการขับขี่และเพื่อนร่วมท้องถนน

      90. ยิ่งหนาว…ยิ่งแพง หลายท่านเปิดแอร์ซะจนหนาวเหมือนอยู่บนยอดเขา ทางที่ดีควรปรับระดับความเย็นของเครื่องปรับอากาศแต่พอเหมาะสัมพันธ์กับแรงลม จะช่วยประหยัดค่าน้ำมันแน่นอนและยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศให้รับใช้ท่านไปนานๆ

      91. จอดติดเครื่อง…ทำลายสิ่งแวดล้อม ทุกครั้งที่จะจอดรถลงไปทำธุระหรือซื้อของนานๆ ไม่ควรติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ เพราะนอกจากจะเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันและปล่อยอากาศเป็นพิษทำลายสภาพแวดล้อมแล้วยังผิดกฎหมายอาจโดนจับปรับอีกด้วย ยิ่งเป็นในย่านชุมชนท่านอาจจะถูกผู้อื่นรังเกียจกับพฤติกรรมแบบนี้

      92. แต่งรถสวย…แต่ไปช้า หลายท่านอาจจะพิสมัยกับการตกแต่งรถของท่านด้วยสารพัดอุปกรณ์จนบางครั้งก็เกินความจำเป็น เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ต้องรับภาระที่เพิ่มขึ้นตามน้ำหนักของอุปกรณ์ อีกทั้งอุปกรณ์บางประเภทยังทำให้เกิดการต้านลมขณะวิ่งกินน้ำมันเพิ่มอีกเท่าตัว

      93.จอดรถตากน้ำค้าง… อันตราย.. ระวังสีด้าน ให้หาที่กำบังให้กับรถสักหน่อย อย่าจอดใต้ต้นไม้ เพราะว่าน้ำที่ค้างบนใบไม้ จะตกมาเยอะ และเคลือบสีเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นทำลายแผ่นแลคเกอร์ของรถ  อย่าให้มีคราบน้ำค้าง ซึ่งมีมลภาวะปลอมปนอยู่ แล้วพอมันแห้ง มันก็หมักหมมอยู่บนรถ.. แล้วมันจะกัดกินสีรถได้เร็วขึ้น

      94 .ยางมะม่วง กับ สีรถ…  สำหรับยางมะม่วงนั้น … คนที่รักความเงางามของรถ. จะถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจเลยละครับ .. เนื่องจากว่ายางมะม่วงนั้น เมื่ออยู่บนผิวสีรถแล้ว จะเป็นตัวที่ทำลายสีรถได้อย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ถูกขจัดออกไปอย่าง

      95.  วิธีสังเกตว่าโดนยางมะม่วงหรือไม่ ก็คือ ยางมะม่วงจะเป็นน้ำใส ๆ  เหนียว ถ้าสังเกตเห็นบนสีรถหรือกระจกละก็ .. อย่ารอช้า.. เข้าศูนย์บริการล้างรถ หรือล้างเองโดยด่วนเลยครับ อย่าคิดว่าไม่เป็นไร  .. อีก 2 วันค่อยล้างก็ได้ .. อันนี้ จะทำให้สีรถคุณได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก

      96. แมลงที่ติดหน้ารถ.. ล้างออกด้วยน้ำเปล่า โดยเร็วเมื่อถึงที่หมาย จะเข้าล้างรถที่คาร์แคร์ หรือล้างเองที่จุดหมายก็ได้  ถ้าล้างเองก็หาสายยางฉีดน้ำไล่ฝุ่นหรือกรวดก่อน แล้วใช้ผ้าชามัวร์ ค่อยๆ ลูบส่วนที่มีแมลงออกให้หมด 

      97. อย่าปล่อยให้ซากแมลงติดอยู่บนสีรถนานเกินไป เพราะถ้านานเกินไป จะทำให้แมลงติดแน่นอยู่บนสีรถ

      ซึ่งจะเอาออกยากมาก .. จนบางรายต้องทำสีที่กันชนใหม่ เพราะล้างซากแมลงไม่ออก

      98..ท่านสามารถปกป้องรถจากการเกาะแน่นของแมลงมาให้ลองทำดูทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ

      ก่อนออกต่างจังหวัดยาว ๆ ให้เอาน้ำยาเคลือบสีที่มีอยู่ เคลือบเฉพาะบางส่วน ได้แก่ หน้าปะทะแมลงทั้งหลาย

      คือ กันชนหน้า ฝากระโปรงหน้า  ไฟหน้า  กระจกมองข้าง กระจกหน้ารถ  เพื่อให้ผิวสีได้รับการปกป้องจากการกัดของซากแมลง

      96. การเคลือบสีเพื่อให้ ผิวสีมีความลื่น เมื่อแมลงเกาะจะได้ไม่ติดแน่นมากเกินไป และทำให้ล้างเอาซากแมลงออกไม่ยาก  รวมทั้งพวกยางมะตอยด้วย

      97..ฉีดน้ำให้แรงที่สุด เพื่อให้คราบฝุ่น ขี้ดิน หลุดออกจากตัวรถให้มากที่สุด ควรล้างด้วยน้ำสะอาดหรือล้างด้วยแชมพู  ควรล้างรถจากส่วนบน ลงล่าง โดยการใช้ผ้านุ่ม เช่นผ้าสำลี ซึ่งควรคะนำมาแช่น้ำไว้สัก   3 คืน และถ้าใส่ น้ำยาปรับผ้านุ่มได้ยิ่งดีครับ

      98.อย่าใช้ฟองน้ำล้างรถ เพราะอาจจะมีเม็ดกรวดทรายฝังตัวอยู่ในรูฟองน้ำ มันจะทำให้คุณเสียเงินโดยไม่รู้ตัว                                                                       

      99.  อย่าล้างรถกลางแดด เพราะแดด จะทำให้น้ำบนรถแห้งเร็ว และเกิดคราบน้ำขึ้น ควรหาบริเวณที่มีร่มจะดีกว่า

      100. .การล้างรถโดยใช้ถังใส่น้ำล้าง การล้างรถแบบนี้ ควรจะเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ มิฉะนั้น สิ่งสกปรกที่ผสมอยู่ในน้ำ อาจทำให้เกิดริ้วรอยขีดข่วนบนรถได้ (วิธีการนี้ ไม่แนะนำให้ทำ …. แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องหมั่นซักผ้าและเปลี่ยนน้ำ)

แหล่งที่มาของข้อมูล พันทิพดอทคอม

ความสุขชุดใหม่โปรใหญ่ไฟกระพริบ
Yaris The One That’s Right! หนึ่งเดียว ที่สุดของความใช่!
โตโยต้าสู่เส้นทางความสุขที่พิเศษยิ่งกว่า
พาเหรดความสุขส่งท้ายปี เฉพาะลูกค้าโตโยต้าคนพิเศษ!
ซื้อรถ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ วันนี้ รับฟรี! บัตรกำนัลเครื่องใช้ไฟฟ้าซัมซุง มูลค่ากว่า 20,000 บาท